Phra Serm, Wat Pathum Wanaram

Posted on 18/04/2018

Phra Serm, Phra Vihara, Wat Pathum Wanaram พระเสิมหรือพระเสริม มีขนาดหน้าตัก ๒ ศอก ๑ นิ้ว เดิมเป็นพระพุทธปฏิมาที่สําคัญองค์หนึ่งของเมืองเวียงจันท์ ตามประวัติกล่าวว่า พระธิดา ๓ องค์ ของกษัตริย์ล้านช้างสร้างขึ้นเพื่อเป็นพระพุทธรูปประจําพระองค์คือ พระสุก พระเสิม (พระเสริม) และพระใส พระสายน์ ครั้นเมื่อคราวปราบกบฏเจ้าอนุวงศ์ นครเวียงจันท์ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพย์ กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ซึ่งทรงเป็นจอมทัพในคราวนั้นโปรดให้อัญเชิญพระเสริมมาประดิษฐานที่วัดโพธิ์ชัย แขวงเมืองหนองคาย ซึ่งตั้งขึ้นแทนเมืองเวียงจันท์

ครั้นต่อมาพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชปรารภว่าวัดบวรสถานสุทธาวาสในพระบวรราชวัง (วังหน้า) ยังไม่มีพระพุทธปฏิมาประธานในพระอุโบสถ จึงโปรดฯให้สืบหาพระพุทธปฏิมาโบราณ เมื่อทรงทราบว่าพระเสริมประดิษฐานอยู่ ณ เมืองหนองคายจึงโปรดฯให้อัญเชิญพระเสริมลงมา และยังปรากฏแท่นฐานชุกชีไม้จําหลักปิดทองฝีมือช่างสมัยรัตนโกสินทร์ที่วัดโพธิ์ชัย ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นแท่นฐานเดิมจนทุกวันนี้

เมื่อพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทอดพระเนตรเห็นก็โปรดพระพุทธลักษณะจึงอัญเชิญพระพุทธปฏิมาประดิษฐานไว้บนแท่นเศวตฉัตรในท้องพระโรงพระบวรราชวัง จนเสด็จสวรรคต ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดเกล้าฯให้อัญเชิญพระเสริมมาประดิษฐานเป็นพระพุทธปฏิมาประธานในพระวิหาร วัดปทุมนารามราชวรวิหารที่ทรงสร้างขึ้น ประดิษฐานภายในบุษบกไม้ยอดทรงมณฑป

รูปแบบศิลปกรรม พระพุทธปฏิมาพระเสิม (เสริม) มีพุทธลักษณะที่งดงาม หล่อด้วยโลหะสําริดพระพักตร์และพระนลาฏค่อนข้างกว้าง มีขมวดพระเกศาวนเป็นก้นหอยทั่วพระเศียร อุษณีษะซึ่งเป็นหนึ่งในมหาบุรุษลักษณะยืดสูงต่อรับกับพระรัศมีที่มีฐานรูปกลีบบัว และยอดเปลวเพลิงที่ทําซ้อนกันอย่างวิจิตร พระวรกายได้สัดส่วน ครองจีวรห่มเฉียงเปิดพระอังสาขวาชายสังฆาฏิยาวลงมาจรดพระนาภี ปลายแยกออกคล้ายรูปเขี้ยวตะขาบ มีลวดลายประดับขีดเป็นเส้นบางๆ ที่ขอบ พระหัตถ์ขวาแสดงปางมารวิชัย วางอยู่ที่กลางพระชงฆ์ พระหัตถ์ซ้ายวางบนพระเพลา ประทับนั่งขัดสมาธิราบบนฐานหน้ากระดานเกลี้ยง ส่วนฐานที่ประดิษฐานในปัจจุบันเป็นฐานไม้ลงรักปิดทองที่ต่อเสริมจากฐานเดิม

พระพุทธปฏิมาพระแสน (เมืองมหาชัย) ประดิษฐานที่เบื้องหน้าพระพุทธปฏิมาพระเสริม พระพุทธปฏิมาองค์นี้สันนิษฐานว่าอัญเชิญมาจากถแขวงเมืองมหาชัยในคราวเดียวกับการอัญเชิญพระสายน (พระใส) ลงมา ในหนังสือตํานานพระพุทธรูปสําคัญพระนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดํารงราชานุภาพ ทรงกล่าวว่าประดิษฐานไว้ที่ในพระอุโบสถวัดปทุมวัน ครั้นต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๐๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดฯ ให้ย้ายไปประดิษฐานภายในพระวิหาร

รูปแบบศิลปกรรม พระพุทธปฏิมาพระแสน หล่อด้วยโลหะสําริด มีขนาดหน้าตัก กว้าง ๑ ศอก ๖ นิ้ว พระพักตร์ยาวรีคล้ายรูปไข่ พระนลาฏค่อนข้างกว้าง บริเวณพระเศียรตลอดจนอุษณีษะ มีขมวดพระเกศาวนเป็นก้นหอย ต่อด้วยรัศมีคล้ายรูปเปลวเพลิง ซึ่งแต่เดิมคงมีการประดับด้วยอัญมณี ประทับนั่งขัดสมาธิราบ ครองจีวรห่มเฉียง เปิดพระอังสา (ไหล่) ขวา ชายสังฆาฏิยาวจรดพระนาภี ส่วนปลายแยกออก ๒ ข้าง ประดับด้วยลวดลายคล้ายลายกระหนก พระหัตถ์ ขวาแสดงปางมารวิชัย (ภูมิสปรศมุทรา) นิ้วพระหัตถ์วางลงระดับกลางพระชงฆ์ พระหัตถ์ซ้ายวางบนพระเพลา ที่กลางฝ่าพระบาททั้ง ๒ ปรากฏลวดลายวงกลมคล้ายรูปกลีบบัว

ส่วนฐานที่ประทับทําเป็นฐานรูปกลีบบัว บริเวณหน้ากระดานใต้ชั้นกลีบบัวหงายมีการเจาะช่องลักษณะคล้ายลายช่องกระจก ภายในประดับด้วยลายเครือล้านนา ซึ่งลักษณะดังกล่าวเป็น ระเบียบที่นิยมประดับส่วนฐานของพระพุทธปฏิมาศิลปะล้านนาอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๒๑

จากรูปแบบศิลปกรรมโดยการศึกษาพุทธลักษณะ ประกอบกับส่วนฐานของพระพุทธปฏิมาที่กล่าวมาสันนิษฐานว่าพระพุทธปฏิมาพระแสนองค์นี้คงสร้างขึ้นในศิลปะล้านนาช่วงพุทธ ศตวรรษที่ ๒๑ อันเป็นช่วงยุคทองของศิลปะล้านนา และอาจถูกอัญเชิญมาประดิษฐานในดินแดนล้านช้างเมื่อคราวที่พระเจ้าไชยเชษฐาหรือพระไชยเชษฐาธิราช โอรสพระเจ้าโพธิสารราชแห่งอาณาจักรล้านช้างกับพระนางยอดคําทิพย์ พระราชธิดาพระเมืองเกษเกล้ากษัตริย์ล้านนา เสด็จมาปกครองอาณาจักรล้าน าระหว่างปี พ.ศ. ๒๐๘๙-๒๐๙๐ ครั้นต่อมาพระเจ้าโพธิสารราช สวรรคตได้เสด็จกลับไปโดยโปรดฯให้อัญเชิญพระแก้วมรกต และพระพุทธปฏิมาที่สําคัญกลับไปด้วย โดยอาจเป็นสาเหตุให้พระพุทธปฏิมาพระแสน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของชาวล้านนา ไปประดิษฐานในดินแดนล้านช้างตั้งแต่วาระนั้น

(Nikon D850 + NIKKOR 24-70 mm. f/2.8E ED VR + Adobe LightRoom)

Information from: หนังสือวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย